
มาสด้า สาทร-พระราม 3 ที่นี่เตรียมพื้นที่ไว้ให้ลูกค้าใช้เวลาของตัวเอง ได้อย่างน่าสนใจทีเดียวค่ะ
พาทุกคนไปดูกัน ว่าถ้าเรามาใช้บริการที่นี่ เราจะได้รับอะไรจากโชว์รูมแห่งนี้บ้าง
เวลาเราเลือกรถสักคัน เรามักจะใช้เวลาดูและพิจารณาว่าขับดีไหม นั่งสบายหรือเปล่า มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอะไรให้บ้าง
แต่มีอีกพื้นที่หนึ่ง ที่เราจะต้องกลับไปใช้บริการตลอดหลายปีของการเป็นเจ้าของรถ นั่นคือ ศูนย์บริการ
สำหรับเรา ศูนย์บริการมีผลกับความรู้สึกที่มีต่อรถไม่น้อยเหมือนกัน โดยเฉพาะวันที่ต้องนำรถมาเช็คระยะ และต้องมีเวลานั่งรอรถเสร็จอีกหลายชั่วโมง
ถ้าระหว่างนั้นเรายังทำงานได้ พาครอบครัวมาด้วยได้ หรือนั่งพักได้อย่างสบายใจ มันจะช่วยให้ชีวิตเราง่ายขึ้นเยอะเลย
นี่คือมุมที่เราอยากชวนมาดู มาสด้า สาทร-พระราม 3 โชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่ของพระราม 7 กรุ๊ป บนถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งลงทุนกว่า 200 ล้านบาท บนพื้นที่รวม 12,000 ตารางเมตร
ตัวเลขการลงทุนนี้ ทำให้เราอยากรู้ว่าข้างในมีอะไร แต่เชื่อไหมคะว่า เมื่อได้เดินดูจริง สิ่งที่ชวนให้หยุดมองกลับเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ว่าเขาคิดเผื่อคนที่จะเข้ามาใช้พื้นที่นี้ไว้อย่างไรบ้าง
ทำเลของที่นี่เป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมือง เรียกว่าอยู่ใจกลางเมืองเลย
เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ เชื่อมระหว่างฝั่งพระนครกับฝั่งธนบุรี เราจะเลือกมาทางฝั่งไหนก็ได้
โดยมีจุดชาร์จรถไฟฟ้าอยู่บริเวณด้านหน้าอาคารด้วย
ส่วนที่เราอยากพาแวะดูก่อนเข้าโชว์รูม คือห้องส่งมอบรถที่แยกไว้เป็นสัดส่วนถึง 2 ห้อง
วันรับรถเป็นวันสำคัญของหลายครอบครัว บางคนอยากพาคนที่บ้านมาถ่ายรูปด้วย บางคนมีฤกษ์รับรถที่ตั้งใจเลือกเอาไว้ การมีห้องรับรถส่วนตัว ช่วยให้ช่วงเวลานี้เป็นของเราได้เต็มที่
เป็นรายละเอียดที่อาจไม่ได้อยู่ในรายการแรก ๆ ตอนเราเลือกรถ แต่พอถึงวันรับรถ นี่คือความประทับใจแรกที่เราจะได้รับเลยล่ะค่ะ
พอเดินเข้ามา ความรู้สึกแรกคือพื้นที่กว้าง น่านั่ง และมีบรรยากาศชวนให้นั่งพักอย่างมาก
โทนวัสดุ งานไม้ และต้นไม้ที่แทรกอยู่ตามจุดต่าง ๆ ทำให้พื้นที่ดูนุ่มนวล ในขณะที่มีรายละเอียดบนเพดานและแนวไฟก็ยังได้กลิ่นอายของโลกยานยนต์ให้เราได้มองตาม
แต่สิ่งที่เราสนใจเป็นพิเศษ คือ บริเวณที่นั่งค่ะ
เพราะมันจะมีความหมายมากขึ้น เมื่อมันรองรับการนั่งรอได้จริงด้วย
ที่นี่เตรียมปลั๊กไฟและจุดชาร์จไว้ตามบริเวณที่นั่ง
เราสามารถนำโน้ตบุ๊กมาทำงานระหว่างรอรถได้ ส่วนคนที่มากับครอบครัวก็มีพื้นที่ให้นั่งด้วยกัน โดยไม่รู้สึกว่าต้องเบียดอยู่ในมุมเล็ก ๆ
บริเวณอาหารและเครื่องดื่มมีให้หยิบทาน และกลิ่นป๊อปคอร์นที่เราได้กลิ่นตั้งแต่เดินเข้ามา เป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายขึ้นมาทันที
แต่สิ่งที่เราทุกคนอยากจะเห็น คือ ตอนนี้รถของเรากำลังทำอะไรอยู่ ถึงขั้นตอนไหนแล้ว ?
ที่นี่มีจอแสดงสถานะรถ และภาพจากกล้องวงจรปิดแบบเรียลไทม์ ให้ดูจากบริเวณที่นั่งรับรอง มองเห็นพื้นที่ทำงานของช่างได้ด้วย สำหรับเรา การรับรู้ความคืบหน้าระหว่างรอช่วยให้สบายใจขึ้น เพราะอย่างน้อยก็เห็นว่ารถกำลังได้รับการดูแลอยู่
ตามข้อมูลของศูนย์ รองรับรถเข้ารับบริการได้ประมาณ 1,400 คันต่อเดือน ส่วนศูนย์ซ่อมตัวถังและสียังเป็นแผนที่จะพัฒนาเพิ่มเติมในอนาคต
และหากใครอยากออกไปทำธุระระหว่างรอ ที่นี่ยังมีบริการรถไปส่ง ที่เซ็นทรัล พระราม 3 ฟรีด้วย โดยสามารถสอบถามรอบบริการกับเจ้าหน้าที่ได้
ระหว่างทางขึ้นไปชั้น 2 มีรายละเอียดที่อยากชวนให้ลองสังเกตกันค่ะ
ตรงเคาน์เตอร์ต้อนรับ มีแผนที่ประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นประดับอยู่คู่กัน พร้อมนาฬิกาบอกเวลาของทั้งสองประเทศ บนแผนที่ญี่ปุ่นมีจุดสีแดงอยู่ที่เมืองฮิโรชิมา เมืองต้นกำเนิดของมาสด้า ส่วนแผนที่ประเทศไทยทำเครื่องหมายไว้ที่กรุงเทพฯ
เป็นวิธีการเล่าเรื่องราวของแบรนด์ที่เรียบง่าย และเข้ากับบรรยากาศโดยรวมมาก
ตลอดทางเดินเราจะเห็นงานไม้และสวนแนวตั้งที่บันไดทางขึ้น ซึ่งเป็นจุดที่สะกดตา จนต้องหยุดยืนมองพักนึงเลย
ขึ้นมาชั้น 2 จะพบพื้นที่จัดแสดงรถมาสด้าทุกรุ่นที่วางขายปัจจุบัน รวมถึงรถคลาสสิคของมาสด้าด้วย บรรยากาศโปร่งโล่ง จากเพดานยกสูง มีจอ 3 มิติ ขนาดใหญ่ยาวไปถึงด้านข้าง ให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่ และเหมือนรถมีชีวิตขึ้นมาเลย
ชั้นนี้มีมุมอาหารและเครื่องดื่มเช่นเดิม รวมถึงห้องพูดคุยส่วนตัวสำหรับลูกค้าที่อยากสอบถามรายละเอียดรถพิเศษ เงื่อนไข หรือปรึกษากับครอบครัวในบรรยากาศที่เป็นส่วนตัวขึ้น
ไฮไลต์ของที่นี่อีกจุด คือ VIP Lounge บนชั้น 3
สิ่งที่น่าสนใจ คือ พื้นที่นี้เปิดให้ลูกค้ามาสด้าทุกคนเข้ามาใช้บริการได้ โดยไม่ได้ผูกกับว่าต้องซื้อรถรุ่นท็อปหรือรถราคาแพงเท่าไร
นี่เป็นแนวคิดที่ดีและใส่ใจเป็นอย่างมาก เพราะไม่ว่าจะเลือกซื้อรถรุ่นไหน เจ้าของรถก็มีเหตุผลและความตั้งใจในการซื้อของตัวเองเหมือนกัน การได้รับการต้อนรับอย่างทั่วถึงจึงมีความหมายมาก
ชั้น 3 มีบาร์อาหาร ของว่าง และเครื่องดื่ม พร้อมที่นั่งหลายรูปแบบ ใครอยากนั่งคุยก็มีพื้นที่ให้นั่งด้วยกัน ส่วนคนที่มาคนเดียวและอยากพักสายตา ก็มีมุมที่แยกออกมาให้เลือก พร้อมปลั๊กไฟทุกจุดใกล้ที่นั่ง
มุมที่เราชอบ คือ บริเวณด้านหน้า เมื่อมองออกไปจะเห็นแนวหญ้าที่จัดไว้ด้านนอก ช่วยต่อสายตาจากพื้นที่ภายในออกไปจนสุดถนน ทำให้การนั่งอยู่บนชั้น 3 รู้สึกผ่อนคลายขึ้น และมองเห็นรถที่บริเวณชั้น 2 ด้วย เป็นรายละเอียดที่อาจมองผ่านได้ง่าย แต่มีส่วนกับความรู้สึกเวลานั่งอยู่ตรงนั้นจริง ๆ
หลังเดินครบทั้ง 3 ชั้น คิดว่าสิ่งที่คนใช้รถจะได้ แบบชัดที่สุด คือ ทางเลือกและประสบการณ์ในการใช้เวลาระหว่างรอรถค่ะ
จะเอางานมาทำ นั่งทานของว่าง พาครอบครัวมาด้วย หรือเลือกพักเงียบ ๆ ก็มีพื้นที่รองรับ ขณะเดียวกันยังติดตามสถานะรถได้ และมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ช่วยให้คนต่างวัยใช้พื้นที่ร่วมกันได้ง่ายขึ้น
แน่นอนว่าการประเมิน ศูนย์บริการต้องดูทั้งคุณภาพงานซ่อม ความชัดเจนของค่าใช้จ่าย และการดูแลหลังรับรถกลับไปด้วย ซึ่งต้องอาศัยประสบการณ์ใช้บริการจริงในระยะยาว การเดินชมครั้งนี้ ทำให้เราเห็นถึงความตั้งใจในการออกแบบสถานที่และการต้อนรับลูกค้าอย่างใส่ใจเป็นหลัก
และในมุมนี้ มาสด้า สาทร-พระราม 3 มีรายละเอียดให้เราหยุดมองอยู่หลายจุด โดยเฉพาะสิ่งที่ช่วยให้ช่วงเวลารอรถ สามารถจัดการชีวิตได้ง่ายและสบายขึ้น
การลงทุนกว่า 200 ล้านบาทในโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งนี้ เป็นอีกสัญญาณที่สะท้อนว่ามาสด้ายังคงให้ความสำคัญกับตลาดไทย และช่วยเสริมความมั่นใจให้คนที่ใช้มาสด้าอยู่ รวมถึงคนที่กำลังพิจารณารถ EV รุ่นใหม่ของแบรนด์มาสด้า ว่ายังมีการลงทุนด้านบริการหลังการขายเพื่อรองรับการใช้งานในระยะยาวอีกด้วย
สำหรับเรา ความใส่ใจแบบญี่ปุ่นจะมีความหมายที่สุดเมื่อเราสัมผัสได้จริง ตั้งแต่การต้อนรับ ความสะดวกสบาย ไปจนถึงการดูแลรถ เราจะเห็นได้จากทุกความใส่ใจอยู่ในนั้น และจากที่ได้เดินชม มาสด้า สาทร-พระราม 3 ก็ทำให้เห็นว่า เขาคิดถึงทั้งรถที่เข้ารับบริการ และคนที่ใช้เวลารออยู่ที่นี่ค่ะ
เร็ว ๆ นี้ เราจะพาเดินชม มาสด้า สาทร-พระราม 3 ผ่านวิดีโอรีวิว ให้เห็นบรรยากาศและรายละเอียดที่เราประทับใจกันชัด ๆ
รอชมได้ในบทความนี้เลยค่ะ
มาสด้า สาทร-พระราม 3
358 ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร 10120
เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00–18.00 น.
ติดต่อจองคิว สอบถามบริการ

สนใจใช้บริการนี้ หรือ
"อยากให้ร้านคุณอยู่บนหน้านี้ไหม?"